เป็นอีกเรื่องที่ผมว่าคนไทยจำเป็นต้องรู้จักครับ สำหรับเรื่องราวของลิขสิทธิ์ โดยส่วนตัวแล้วผมจะพยายามใช้ของให้มันมีปัญหาน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ เนื่องจากอยู่ในโรงเรียนหลักสูตรมันตายตัวมาแบบนี้คิดจะเปลี่ยนเอาเองก็ไม่ ได้ เรื่องนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากคุณ @jakrapong นะครับ ที่ยกตัวอย่างเว็บไซต์ที่ลอกเนื้อหาจากเว็บอื่นๆไปแบบเต็มๆ
เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลานะครับ มาทำความรู้จักกับเข้า Creative Commons กันเลยดีกว่า
Creative Commons เป็นองค์การการกุศลแบบไม่หวังผลกำไรครับ ถูกจัดตั้งขึ้นมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 2001 หลังจากเรื่องราวของ Y2K ผ่านพ้นไป ผู้ที่เป็นแกนนำก็คือ Lawrence lessig ครับ โดยจุดประสงค์ที่จัดตั้งองค์กรนี้ขึ้นมาก็เพื่อ ให้ผู้คนสามารถ “สงวนลิขสิทธิ์ของตนเองได้ในทุกเรื่อง”เพราะ บางครั้งการจดลิขสิทธิ์ของงานต่างๆอาจมีข้อจำกัดอยู่บ้าง และใช้เวลากว่าจะได้เผยแพร่ ดังนั้นลิขสิทธิ์จจึงควรที่จะได้รับทันที ซึ่งเนื้อหาใน website ต่างๆหรือแม้แต่ Blog ก็ควรทีจะได้รับการดูแลสิทธิ์ตรงนี้ด้วยเช่นกัน
จริงๆแล้วการที่เราจะใช้สิทธิ์แบบ Creative Commons มาควบคุมเนื้อหาบนเว็บไซต์หรือบนเว็บ Blog ของเรานั้นก็ไม่ได้เพียงแต่จะอนุญาตให้ ผู้อ่านๆได้เพียงอย่างเดียวเท่านั้นนะครับ เพราะความจริงแล้วยังมีการจำแนกออกเป็นประเภทต่างๆตามต่อไปนี้ด้วย
1.Attribution ให้คนอื่นๆทำสำเนา แจกจ่าย เปิดเผยข้อมูล หรือแสดงผลงานของเราได้ โดยไม่ต้องขอหรือจ่ายเงิน แต่ต่อเมื่อผู้กระทำให้ credit กับเราเท่านั้น
2.Noncommercial อนุญาตให้ผู้กระทำสามารถทำสำเนา เปิดเผย แจกจ่าย หรือแสดงผลงานของเราได้โดยไม่ต้องร้องขอ หรือจ่ายเงินแต่เฉพาะวัตถุประสงค์ที่ไม่ใช่เชิงพาณิชย์เท่านั้น
3.No derivative work อนุญาตให้ผู้กระทำสามารถทำสำเนา แจกจ่าย เปิดเผย หรือแสดงผลงานของเราได้โดยไม่ต้องขอหรือจ่ายเงิน แต่ผู้กระทำไม่สามารถนำงานไปดัดแปลงแก้ไขได้
4.Share alike อนุญาตให้ผู้กระทำสามารถกระจายงานทีดัดแปลงแก้ไขภายใต้การอนุญาตที่คล้ายกันกับรูปแบบที่เราเลือกไว้
ในส่วนของเนื้อหาเอง เราก็คงต้องยังไม่มีอะไรตรวจสอบนะครับว่า มีคนเอาข้อความของเราไปใช้แบบไหนอย่างไรบ้าง แต่ในส่วนของรูปภาพ Search Engine ในยุคนี้มีความสาามารถมากพอที่จะเอา Metadata แปะไปด้วยเวลาที่คุณทำการค้นหารูปภาพจากเว็บไซต์อื่นๆมา ดังนั้นเวลาเราเอามาใช้มันก็จะสามารถสื่อถึงเรื่องราวของที่มาได้อยู่ดี ดังนั้นผมแนะนำถ้าจะเอารูปภาพของเว็บอื่นๆมาใช้ก็แค่เอามาแบบที่มี ลายน้ำแปะอยู่ข้างบนนั้นแหละครับ
ส่วนนี่เป็นตัวอย่างการเลือกสิทธิ์นะครับขอย่อขนาดก็แล้วกันมันใหญ่มาก
เนื้อหาทั้งหมดอาจไม่ครอบคลุมมากพอ เนื่องจากผมเองก็เป็นแค่่คนเขียน Code ที่หันมาบอกเล่าเรื่องราวประสบการณ์ของผมให้คนอื่นๆได้อ่านกันบ้าง แต่ผมก็รักในเนื้อหาที่ผมคิดขึ้นมา ดังนั้นนี่อาจจะเป็นบทความหนึ่งในหลายๆบทความทั่วประเทศ ที่จะพยายามพูดถึงการ ปกป้องสิทธิ์ของตนเอง
ขอบคุณครับ
เพิ่งเห็นรายการแบไต๋เ้ค้าพูดเรื่องนี้ไว้ เลยหยิบวิดีโอมาฝากครับ
Update 14 เมษายน





